โดยทั่ว ๆ ไปในวงการวิทยาศาสตร์ เมื่อกล่าวถึงนักวิทยาศาสตร์คนแรก ของโลกแล้ว ก็มักจะกล่าวถึง เทลีส (Theles) นัก ปราชญ์และนักวิทยาศาสตร์ชาวกรีก ผู้มีชีวิตอยู่ระหว่างปี 624 ถึงปี 546 ก่อนคริสตศักราช แต่ก่อนยุคสมัยของเทลีสถึงกว่าสองพันปี มีบุคคลสำคัญ สำหรับวงการ วิทยาศาสตร์อีกคนหนึ่ง ซึ่งน่าจะได้รับการยกย่องเป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกของโลก เขาคือ อิมโฮเทป (Imhotep) ประวัติ ชีวิตส่วนตัวของอิมโฮเทปไม่เป็นที่ทราบกัน เท่าที่ทราบจากหลักฐาน โบราณคดี มีเพียงว่า เขาเป็น ชาวอียิปต์ เป็นที่ปรึกษาขององค์ฟาโรห์โซเซอร์ แห่งอียิปต์ ผลงานที่ทำให้เขาน่าจะได้รับการยกย่อง เป็นนักวิทยาศาสตร์ คนแรกของโลก คือ เขาเป็นคนออกแบบ และควบคุมการสร้าง พีระมิดแบบขั้นบันได ที่หมู่บ้านซักคาราใกล้ ๆ กับเมืองเมมฟีส ของอียิปต์โบราณ นอกเหนือไปจากผลงานที่แน่ชัด เกี่ยวกับ พีระมิดแล้ว อิมโฮเทปก็ได้รับการยกย่องว่า มีความรู้ใน ด้านต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางด้าน การแพทย์โบราณ จนกระทั่งได้รับการยกย่อง โดยชาวกรีก รุ่นต่อมาว่า เป็นเสมือนหนึ่งเทพเจ้าแห่งการแพทย์ ทีเดียว อิมโฮเทป เกิดและตายเมื่อไร ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัด เท่าที่ทราบกันคือ ช่วงที่เขามีผลงานเด่นมาก เป็นช่วงระหว่างปี 2980 ถึง 2950 ก่อน คริสตศักราช หลังจากที่อิมโฮเทปถึงแก่กรรมไปแล้ว ก็ไม่ปรากฏมีคนเก่งในระดับที่สมควรจะได้รับ การยกย่อง เป็นนักวิทยาศาสตร์ของโลกอีกเลย เป็นเวลานานกว่าสองพันปี จนกระทั่งถึงคนเก่งที่ชื่อ เทลีส ดังนั้นโดยสรุปแล้ว ผู้ที่สมควรจะได้รับการยกย่อง เป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรก ของโลก จึงน่าจะเป็น "อิมโฮเทป" แต่ถ้าจะต้องมีการอ้างอิงหลักฐาน ตลอดจนความ น่าเชื่อถือของหลักฐานแล้ว ผู้ที่สมควรจะได้รับการยกย่องเป็น นักวิทยาศาสตร์ คนแรกของโลกควรจะเป็น "เทลีส"
การ ออกสลากกินแบ่งฯ ในประเทศไทยตามประวัติความเป็นมาได้เริ่มมีขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 โดยมีฝรั่งชาวอังกฤษชื่อ ครูอาลบาสเตอร์เป็นผู้นำลักษณะการออกรางวัลสลากแบบยุโรปมาเผยแพร่เป็นคนแรก โดยเรียกว่า "ลอตเตอรี่" โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้กรมทหารมหาดเล็กออกลอตเตอรี่เป็นครั้งแรกใน ประเทศ ไทย เมื่อปี พ.ศ. 2417 เนื่องในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยเหลือ พ่อค้าต่างชาติที่นำสินค้ามาร่วมแสดงในการจัดพิพิธภัณฑ์ที่ตึกคองคาเดีย ในพระบรมมหาราชวัง
ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ปี พ.ศ.2466 ได้ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ออก "ลอตเตอรี่เสือป่าล้านบาท" เพื่อหารายได้บำรุงกองเสือป่าอาสาสมัครโดยพิมพ์ จำนวน 1 ล้านฉบับ จำหน่ายฉบับละ 1 บาท
ต่อมาในปี พ.ศ. 2477 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้กระทรวงมหาดไทยออกสลากกินแบ่งบำรุงเทศบาลโดยกำหนด ว่า หากเดือนใดเป็นเดือนที่ออกสลากกินแบ่งรัฐบาล เดือนนั้นให้งดจำหน่ายสลากกินแบ่งของเทศบาล โดยเริ่มจำหน่ายงวดแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2478 แล้วออกสลากเดือนเมษายน พ.ศ. 2479 โดยพิมพ์จำนวน 500,000 ฉบับ ๆ ละ 1 บาท และได้มีการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลและสลากบำรุงเทศบาลเรื่อยมา
ในปี พ.ศ. 2482 ซึ่งถือเป็นยุคที่สลากกินแบ่งรัฐบาลเริ่มดำเนินการอย่างจริงจัง โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้โอนกิจการสลากกินแบ่ง รัฐบาล และสลากบำรุงเทศบาล มาสังกัดกระทรวงการคลัง และได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลขึ้น โดยมีพระยาพรหมทัตศรีพิลาส เป็นประธานกรรมการ เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2482 ในวันดังกล่าวจึงถือเป็นวันสถาปนาสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจนปัจจุบัน
และ การออกสลากกินแบ่ง รัฐบาลก็ได้พัฒนาเรื่อยมาจนกระทั่งปี พ.ศ. 2517 ได้มีการออกพระราชบัญญัติสำนักงาน สลากกินแบ่งรัฐบาลขึ้น กำหนดให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นนิติบุคคล และเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลัง..
| ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต |
.....
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรี วท.ร่วมกับนายสราวุฒิ สุจิตจร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) พร้อมทีมวิจัยจากโครงการวิจัยเพื่อสนองโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประกอบด้วย ภญ.นาถธิดา วีระปรียากูร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายสหพัฒน์ บรัศว์รักษ์ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นางวราภรณ์ ตัณฑนุช และนางกาญจนา ธรรมนู นักวิจัยจากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนฯ ร่วมกันแถลงผลความสำเร็จในการใช้แสงซินโครตรอนวิเคราะห์พบ "ติ้วขน-สนสามใบ" มีฤทธิ์ต้านมะเร็งเม็ดเลือดขาว
ภญ.นาถธิดา วีระปรียากูร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะหัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า โรคมะเร็งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของประเทศไทย แม้ปัจจุบันการรักษาด้วยการใช้ยาเคมีบำบัดจะเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพ สูง แต่ยังพบว่ามีผู้ป่วยจำนวนมากได้รับผลข้างเคียงจากการใช้ยา และมีรายงานถึงการดื้อยาเกิดขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้การรักษาด้วยเคมีบำบัดไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นจึงมีความพยายามในการนำสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น จากพืชสมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง และลดการเกิดดื้อยา มาใช้เสริมจากยาเคมีบำบัดที่ใช้อยู่ปัจจุบัน จึงนับเป็นอีกหนึ่งความหวังในการรักษาโรคมะเร็งร้าย
หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่า ทีมวิจัยได้มีการศึกษาพืชสมุนไพรหลายชนิดเพื่อนำสารสกัดในการรักษาโรคมะเร็ง จนในที่สุดพบว่าสารสกัดจากกิ่งของพืช 2 ชนิด คือ ติ้วขนหรือผักติ้ว และสนสามใบ ให้สารออกฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว โดยมีศักยภาพทำให้เซลล์มะเร็งค่อยๆ สลายตัวจากการทำลายตัวเองจากภายใน หรือเรียกว่าการตั้งโปรแกรมทำลายตัวเอง (Apoptosis) ซึ่งกระบวนการนี้ เป็นผลดีอย่างมากต่อการรักษาโรคมะเร็ง เนื่องจากมีเพียงเซลล์มะเร็งเท่านั้นที่ตายลงไป ไม่มีผลต่อการทำลายเซลล์ปกติที่อยู่ข้างเคียง ร่างกายจึงไม่เกิดการอักเสบขึ้น และไม่มีผลข้างเคียงต่อการใช้ยา
ภญ.นาถธิดากล่าวว่า เพื่อให้ทราบกลไกการออกฤทธิ์ที่แท้จริงของพืชสมุนไพรทั้งสองชนิดนี้ คณะผู้วิจัยได้ใช้เทคนิคจุลทรรศน์อินฟราเรด (FTIR microspectroscopy) ของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนฯ เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงในเชิงลึกที่เกิดขึ้นภายในเซลล์มะเร็ง พบว่าสารสกัดสมุนไพรทั้ง 2 ชนิดนี้ ทำให้เซลล์มะเร็งตายโดยการชักนำให้มีการสร้างโปรตีนชนิดใหม่ที่เกี่ยวข้อง กับการทำลายตัวเองเกิดขึ้น นอกจากนั้นปริมาณของไขมัน โปรตีน และกรดนิวคลีอิก มีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่แตกต่างจากกลไกการออกฤทธิ์ของเซลล์มะเร็งเม็ด เลือดขาวที่มีต่อการใช้ยาเคมีมาตรฐานชนิดเมลฟาแลนซึ่งเป็นเคมีมาตรฐานที่ใช้ อยู่ในปัจจุบันในการรักษาโรคมะเร็งอีกด้วย จึงสรุปได้ว่ากลไกการออกฤทธิ์ของพืชทั้งสองชนิด แตกต่างจากการรักษาโดยใช้ยาเมลฟาแลน
นางวราภรณ์ นักวิจัยจากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนฯ กล่าวว่า การค้นพบครั้งนี้ เป็นงานวิจัยที่นำเทคนิคการวิเคราะห์แบบใหม่มาใช้ศึกษาสิ่งมีชีวิต โดยเทคนิคจุลทรรศน์อินฟราเรด สามารถใช้ศึกษาการเปลี่ยนแปลงสารชีวโมเลกุลระดับเซลล์ อีกทั้งเทคนิคนี้มีขั้นตอนการเตรียมตัวอย่างที่ไม่ยุ่งยาก ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีใดๆ ในการเตรียมตัวอย่าง และใช้เวลาในการตรวจวิเคราะห์สั้น ซึ่งแตกต่างจากการวิเคราะห์ทางชีวเคมีทั่วไป ที่มีขั้นตอนการเตรียมตัวอย่างยุ่งยาก และสารเคมีราคาสูง ดังนั้น เทคนิคนี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีของนักวิจัยที่จะช่วยให้ได้ข้อมูลแบบใหม่ เพิ่มขึ้นมาจากวิธีปกติ และให้ผลที่รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ที่สำคัญ การศึกษาครั้งนี้ จะนำไปสู่การนำพืชสมุนไพรไปใช้ประโยชน์จริงในอนาคต
นอกจากนี้การนำแสงซินโครตรอนไปใช้ศึกษากลไกการออกฤทธิ์ของพืชสมุนไพรในเชิง ลึก จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการศึกษาและพัฒนาหาสารออกฤทธิ์ต้านมะเร็งจากพืช สมุนไพรชนิดอื่นๆ ต่อไป ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการทำงานวิจัยเชิงบูรณาการเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการดูแลสุขภาพ ของประชาชนชาวไทย และยังเป็นการอนุรักษ์พันธุ์พืชดั้งเดิมอีกด้วย
ข้าวโพดสีม่วง ช่วยต้านมะเร็ง
รู้หรือไม่ว่า ข้าวโพดเหนียวสีม่วงที่มีรสชาติหวานนุ่มลิ้น และเคี้ยวเพลินนั้น มีคุณสมบัติช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ ลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็ง และยังช่วยร่างกายสมานแผลและต่อต้านเชื้อโรคอีกด้วย
โดยในข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วงนี้มีสารที่เรียกว่า "แอนโทไซยานิน" ที่จะช่วยส่งเสริมการทำงานของเม็ดเลือดแดง ควบคุมระดับน้ำตาล และช่วยชะลอการเกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือด
ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต ไม่เกี่ยวข้องกับข่าว
MThai News: เว็บไซต์ข่าวจีนรายงานว่า เกิดเหตุวิสัญญีแพทย์ข่มขืนคนไข้ ที่ไม่ได้สติบนเตียงผ่าตัด ในนครเซี่ยะเหมิน มณฑลฝูเจียน ของจีน
ทั้ง นี้คนไข้มีชื่อเล่นว่า เหวินเหวิน เข้ารับการผ่าตัดในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งของเมือง กระทั่งการผ่าตัดเสร็จสิ้นลง แต่คนไข้ยังไม่ได้สติเพราะฤทธิ์ยาสลบ ระหว่างนั้นวิสัญญีแพทย์แซ่ผาน วัย 38 ปี ข่มขืนเธอ เมื่อเหิวนเหวินตื่นขึ้นมา เธอรู้สึกผิดว่าเกิดความผิดปกติกับร่างกายของตัวเอง จึงเข้าแจ้งความ
อย่าง ไรก็ตาม หมอรายนี้ถูกตัดสินจำคุก 2ปี 2 เดือน ข้อหาบังคับขืนใจหญิงสาว ขณะที่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตต่างประณามการกระทำของหมอรายนี้ บอกว่าเขาควรได้รับโทษฐานก่ออาชญากรรม
